
เรื่อง: พื้นที่ ท้องฟ้า . . .
Writer: Lip Tgf

พื้นที่ ท้องฟ้า . . .
ผมชอบแหงนหน้ามองท้องฟ้า ความรู้สึกจากการแหงนหน้ามองท้องฟ้าอาจเหมือนการได้เปิดและปลดปล่อยจินตนาการ
จากตัวตนของเราออกมาจากการมองในองศาในระดับที่ขนานกับแกนโลก
ณ ริมแม่น้ำโขง
พื้นที่ระหว่างแม่น้ำโขงกับท้องฟ้ายามเย็น ถูกคั่นกลางด้วยพื้นที่ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวกวาดสายตาออกไปสุดลูกหูลูกตา เรือลำน้อยใหญ่
ต่างวิ่งทวน วิ่งตาม วิ่งตัดกระแสน้ำ อย่างไม่หวาดไม่ไหว เสียงสะท้อนจากเครื่องยนต์ไม่ได้รบกวนการเสพความปลอดโปร่งทางอารมณ์ที่ได้รับจากท้องฟ้า
แม้แต่น้อย
ในความคิด . . .
ท้องฟ้าบางทีอาจจะมี สีดำ สีเทา สีขาว หรือบางเวลา อาจมีสีรุ้งเข้ามาทักทาย
ความว่างเปล่าของท้องฟ้า น้อมรับจินตนาการจากผมเสมอ ไม่เคยปริปากบ่นกับจินตนาการของผมซักคำ
จินตานาการน้อยใหญ่ผลิบานขึ้นทีละเล็กทีละน้อย
บางเวลาผมอาจฉีกยิ้มกับความว่างเปล่าของท้องฟ้า
และบางเวลาเช่นกัน ความว่างเปล่าของท้องฟ้าอาจทำให้หยดน้ำจากตาไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว
ผมเคยลองคิด . . .
ท้องฟ้าอาจจะเป็นมนุษย์ธรรมดาๆคนนึงก็เป็นได้ ท้องฟ้าอาจเป็นมนุษย์คนเดียวของโลกที่สามารถเห็นทุกๆสิ่งบนโลกได้โดยไม่ต้องเคลื่อนไหว
ชีวิต ความเป็นอยู่ และการเปลี่ยนแปลง . . .
ผมเคยลองถามท้องฟ้าไปครั้งหนึ่งว่า ทำไมชีวิตของคนเรามันสั้นนัก สั้นกว่าจินตนาการ ความฝัน และความรู้สึกที่เป็นอยู่ ?
ท้องฟ้านิ่งเงียบ ไม่เคยตอบ $#@$%$&^%$
ก็แน่สิ ท้องฟ้ามันพูดไม่ได้ !
ถ้าสมมุติว่าท้องฟ้ามันเป็นมนุษย์ธรรมดาๆตามที่ผมเคยคิดไว้ละก็ มันคงบ่นพรึมพรำให้ฟังอยู่ทุกวัน ว่าพวกคุณ(มนุษย์) พวกคุณกำลังทำอะไรกันอยู่
เอาเวลาที่มามองผมไปทำอะไรดีๆในที่ๆมันควรจะเป็นดีกว่า ผมขอเป็นที่พักสายตาให้พวกคุณในบางเวลาก็พอ . . .
ความฝันมักมีชีวิตอยู่ได้นานบนท้องฟ้า
ในทางกลับกัน ความจริงมักมีชีวิตอยู่ได้ไม่นานเสมือนยุงที่รอวันตาย
จูงไอตัวความฝันมาได้ไม่นาน ก็ต่างพากันปล่อยทิ้งไอเจ้าตัวความฝันให้มันอยู่คนเดียว
ผมก็เป็นมนุษย์ประเภทนั้น
ย้อนกลับไปในอดีต เท่าที่ผมจำความได้ มีคนเคยตั้งคำถามกับผมว่าผมอยากเป็นอะไร
ตัวผมได้ตอบไปอย่างไม่มีทีท่าว่าไม่มั่นใจ
ผมอยากเป็นวิศวกร . . .
แล้วตอนนี้ละ ?
วิศวกรมันคงตายไปพร้อมกับเลขสมการต่างๆนาๆที่เคยเจอมากระมัง
บางทีก็นึกตลกกับความฝันของตัวเอง อยากจะเป็นโน่น อยากจะเป็นนี่ โดยที่เราไม่เคยขยับตัวทำให้มันเป็นความจริงเลยซักครั้ง
ความฝันของผม ถ้าเอามารวมกันแล้วเอามาเป็นอาชีพคงตลกไม่น้อย
ใส่หมวก Safety มือซ้ายถือกล้อง มือขวาถือกีตาร์ ระหว่างแขนขวากับลำตัวเหน็บสมุดบันทึก ใส่รองเท้าสตัส บริเวนด้านหน้ามีไมค์ให้ร้องเพลง
ถ้ามันเป็นอย่างนั้นได้ คงประหลาดน่าดู !
แวะมาที่ริมแม่น้ำโขงอีกครั้ง
นกกระยางฝูงใหญ่กำลังบินกลับรัง
มีบางอย่างทำให้ผมนึกย้อนมองกลับมาที่ตัวเอง
ถ้าความฝันถูกลงมือทำเฉกเช่นการขยับปีกของนกมันคงดีไม่น้อย
นกไม่เคยหยุดบิน ?
มันก็แค่หยุดพักเหนื่อยหรืออาจแค่หยุดหาผลไม้ หาปลา ประทังชีวิต หลังจากเสร็จภารกิจ มันก็กางปีกและเริ่มบินอีกครั้ง
โดยที่ไม่เคยเหนื่อยหน่ายกับการขยับปีกของมันเลย
ถ้าความฝันมันดำเนินเฉกเช่นการขยับปีกของนก คงจะมีความจริงอันหอมหวานให้ผมลิ้มรสไปนานแล้ว . . .
ปล.ผมไม่เคยเห็นนกขับรถยนต์เลยซักตัว . . .
Lip Tgf


